การจำแนกโรค อาการวิทยา และการวินิจฉัยโรคทางจิตเวช (Introduction to clinical psychiatry)

รศ.พญ.จารุรินทร์ ปิตานุพงศ์
จิตเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

หลักการวินิจฉัย และอาการสำคัญของโรคทางจิตเวช

2.2 กลุ่มโรคจิต (Psychotic disorders)

ผู้ป่วยกลุ่มโรคจิตต้องมีอาการดังต่อไปนี้ คือ

1. Behavioral change พฤติกรรมเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างมาก มีพฤติกรรมที่ใครพบเห็นก็คิดว่าผิดปกติ เช่น ตะโกนโวยวาย วิ่งวุ่นวาย หรืออาจเป็นแบบนิ่งเฉย ไม่ทำอะไร หรือมีท่าทางแปลก ๆ

2. Out of reality มีความคิด และการรับรู้ที่ไม่อยู่ในโลกของความเป็นจริง เช่น

พูดจาสับสน ฟังไม่เข้าใจ พูดแต่ละประโยคอาจไม่ต่อเนื่องหรือไม่เกี่ยวข้องกัน ทำให้ฟังไม่เข้าใจว่าผู้ป่วยต้องการสื่ออะไร

อาการหลงผิด คือ การเชื่อในบางสิ่งอย่างฝังแน่น ไม่ว่าใครมาชี้แจงหรือมีหลักฐาน คัดค้านที่เห็นชัดว่าสิ่งที่เชื่อนั้นผิด ก็ยังฝังใจเชื่อเช่นเดิม

อาการประสาทหลอน คือ การที่ผู้ป่วยรับรู้สิ่งต่าง ๆทั้งที่ไม่มีจริง การรับรู้ผิดปกติเกิดได้ทั้งในด้าน รูป รส กลิ่น เสียง และสัมผัส ตัวอย่างเช่น หูแว่ว (auditory hallucination) ภาพหลอน (visual hallucination) หรือได้กลิ่น (olfactory hallucination) หรือรับรสหลอน (gustatory hallucination) หรือรู้สึกมีอะไรมาชอนไชตามผิวหนัง (tactile hallucination)

3. Lack of insight (อาการนี้อาจมีหรือไม่มีก็ได้) ไม่คิดว่าตนเองผิดปกติหรือมีความเจ็บป่วย ผู้ป่วยจะเชื่อในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตนเองว่าเป็นจริง ไม่คิดสงสัยว่าไม่น่าจะเป็นไปได้เหมือนที่คนอื่นคิดกัน

2.2.1 โรคจิตเภท (schizophrenia)

คลิป tell me about schizophrenia


เป็นโรคจิตที่เรื้อรัง มีอาการของความผิดปกติอย่างน้อย 6 เดือน โดยมีระยะที่ active คือ มีอาการโรคจิตชัดเจนนานอย่างน้อย 1 เดือน

ลักษณะอาการ

อาการของโรคจิตเภท แบ่งตามการดำเนินโรคออกเป็น 3 ระยะ คือ

1 ระยะเริ่มมีอาการ (prodromal phase)

เป็นระยะที่เริ่มมีอาการเปลี่ยนแปลงน้อย ๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป มักมีปัญหาในด้านหน้าที่ความรับผิดชอบ หรือด้านสัมพันธภาพ หรือการเรียน ญาติหรือคนใกล้ชิดมักสังเกตเห็นว่าผู้ป่วยมีท่าทีเปลี่ยนไปเช่น เก็บตัวมากขึ้น กลายเป็นคนขี้เกียจ ตื่นสาย ไม่สนใจเรื่องของร่างกาย หรือการแต่งตัว หันไปสนใจปรัชญา ศาสนา หรือเรื่องไสยศาสตร์ หากเป็นนักเรียนอาจมีผลการเรียนตกต่ำ เหม่อลอย ไม่สนใจการเรียน เพื่อน ๆ อาจรู้สึกว่าผู้ป่วยห่างออกจากกลุ่ม มีความคิด คำพูด หรือมีพฤติกรรมแปลก ๆ แต่ก็ไม่ชัดเจนมาก ระยะนี้อาจมีอาการนานเป็นเดือน ๆ ถึงปี หากผู้ป่วยดื่มสุรา หรือมีความเครียด กดดันทางจิตใจ อาจเห็นอาการแสดงชัดเจนขึ้นเป็นอาการโรคจิตกำเริบระยะที่ 2

2 ระยะอาการกำเริบ (active phase)

ระยะนี้จะมีอาการกำเริบมากขึ้นอย่างชัดเจน คือ

อารมณ์ อาจพบลักษณะเฉยเมย (blunt)ไร้อารมณ์ (apathy) หรือแสดงออกของอารมณ์ที่ไม่เหมาะสม (inappropriate) หัวเราะร่วน หรือคิกคักคนเดียวทั้ง ๆ ที่ไม่มีเรื่องที่น่าขำ

กระบวนความคิด มีความคิดที่มีเหตุผลแปลก ๆ หรือไม่เป็นเหตุเป็นผล หมกมุ่นกับความคิดที่ตนเองเข้าใจคนเดียว (autistic thinking) พูดจาไม่ต่อเนื่องกันหรือเกี่ยวเนื่องเพียงเล็กน้อย (loosening of association) หรือตอบไม่ตรงคำถาม (irrelevant answer)

เนื้อหาความคิด อาการหลงผิด (delusion) มีหลายรูปแบบเช่น หวาดระแวง เชื่อว่ามีคนปองร้ายหรือไม่ประสงค์ดีกับตนเอง (persecutory delusions) หลงผิดคิดว่าเรื่องต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวล้วนเกี่ยวข้องกับตนเอง (delusion of reference) เช่น เห็นคนคุยกันก็เชื่อว่าเขาคุยเรื่องของตนเอง และคิดว่าตนเองไม่มีความผิดปกติ (lack of insight)

การรับรู้ อาการประสาทหลอน (hallucination) ในโรคจิตเภทที่พบบ่อย คือ เสียงแว่วหรือเสียงหลอน เช่น แว่วเสียงคนพูดคุยกัน หรือวิพากษ์ตัวผู้ป่วย (voice discussing) หรือเป็นเสียงคนพูดต่อว่า หรือตำหนิ (voice commenting) อาการประสาทหลอนชนิดอื่นๆ ที่พบรองลงมาคือ ภาพหลอน ส่วนอาการประสาทหลอนชนิดอื่น ๆ อาจพบได้ แต่ไม่บ่อย

ด้านพฤติกรรม มีพฤติกรรมเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งอาจเกิดจากความหลงผิดหรือมีความคิดแปลก ๆ บางรายเก็บตัวอยู่แต่ในห้อง ไม่อาบน้ำ ไม่นอน เดินไปมา หรือทำท่าทางแปลก ๆ ไม่สนใจสิ่งรอบตัว ปล่อยให้ห้องสกปรก ควบคุมอารมณ์ไม่ได้ หงุดหงิด ฉุนเฉียวง่ายและก้าวร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

3 ระยะอาการหลงเหลือ (residual phase)

อาการต่าง ๆที่กำเริบในระยะที่ 2 ส่วนใหญ่จะเป็นอยู่ช่วงหนึ่ง เมื่อได้รับการรักษาอาการหลงผิดหรือประสาทหลอนจะทุเลาหรือหายไป ผู้ป่วยจะพูดรู้เรื่องขึ้น แต่อาจมีอาการหลงเหลืออยู่บ้าง เช่น มีความคิดแปลก ๆ มีความเชื่อในเรื่องไสยศาสตร์โชคลาง หรือมีอาการด้านลบ (negative symptoms) ซึ่งประกอบด้วย อารมณ์เรียบเฉย (affective flattening) พูดน้อยหรือไม่พูด (alogia) และขาดความกระตือรือร้น (avolition)

2.2.2 Brief psychotic disorder

ลักษณะอาการสำคัญคือ มีอาการโรคจิตเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ได้แก่ อาการหลงผิด ประสาทหลอน หรือมีพฤติกรรมแบบ disorganized หรือ catatonia อย่างน้อย 1 วัน แต่นานเกิน 1 เดือน และเมื่อหายแล้วผู้ป่วยจะดำเนินกิจวัตรด้านต่าง ๆ ได้เป็นปกติเหมือนในช่วงก่อนป่วย หรือไม่มีอาการหลงเหลือนั่นเอง

ดังนั้นเมื่อเทียบกับโรคจิตเภท brief psychotic disorder จัดว่าพบน้อยมาก ถึงแม้ว่าอาการโรคจิตที่เกิดขึ้นนั้นคล้ายคลึงกับโรคจิตเภท และพบในผู้ป่วยที่มีอายุพอ ๆ กันกับโรคจิตเภท แต่ brief psychotic disorder นั้นมีความแตกต่างจากโรคจิตเภทตรงที่ผู้ป่วยจะมีอาการดีขึ้นเร็ว และหายกลับมาเป็นปกติเหมือนในช่วงก่อนป่วย

2.2.3 Schizophrenifrom disorder

ลักษณะอาการสำคัญคือ มีอาการโรคจิตเกิดขึ้นได้แก่ อาการหลงผิดประสาทหลอน disorganized speech หรือมีพฤติกรรมแบบ disorganized หรือ catatonia อย่างน้อย 1 เดือน แต่ไม่ถึง 6 เดือน อาการของผู้ป่วยก็หายไปและสามารถกลับมาดำเนินกิจวัตรด้านต่าง ๆ ได้เป็นปกติเหมือนในช่วงก่อนป่วย หรือไม่มีอาการหลงเหลือนั่นเอง

2.2.4 Delusional disorder

ลักษณะอาการสำคัญคือ มีอาการหลงผิดนานอย่างน้อย 1 เดือน โดยอาการหลงผิดนั้นไม่ได้เป็นเรื่องที่แปลกประหลาด หรือเป็นไปไม่ได้ และอาการไม่เข้าตามเกณฑ์การวินิจฉัยโรคจิตเภท ดังนั้นหากผู้ป่วยมีอาการประสาทหลอนอย่างชัดเจน จะวินิจฉัยว่าเป็นโรคจิตเภทไม่ใช่ delusional disorder

โดยทั่วไปผู้ป่วย delusional disorder ยังคงดำเนินชีวิต มีกิจกรรมต่าง ๆ ได้ตามปกติ และมักเริ่มมีอาการในขณะที่มีอายุค่อนข้างมากกว่าที่พบในผู้ป่วยโรคจิตเภทและมีโอกาสพบผู้ป่วย delusional disorder ได้น้อยกว่าผู้ป่วยโรคจิตเภท

2.2.5 Mood disorder with psychotic features

ผู้ป่วยโรค mood disorders จะลักษณะอาการสำคัญ 2 รูปแบบคือ ขั้วซึมเศร้า (major depressive episode) กับขั้วแมเนีย (manic episode)

ขั้วซึมเศร้า (major depressive episode) จะมีอารมณ์เศร้า เบื่อหน่าย ท้อแท้ เบื่ออาหาร ผอมลง อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ คิดอยากตาย

ขั้วแมเนีย (manic episode) จะมีอารมณ์คึกคัก ครื้นเครง หรือหงุดหงิดหากมีคนขัดใจ ขยัน มีกิจกรรมต่าง ๆ มากกว่าปกติ เชื่อมั่นตัวเองมาก ใช้เงินฟุ่มเฟือย

ในการกำเริบแต่ละครั้งผู้ป่วยจะมีขั้วซึมเศร้าหรืออาจมีอาการสองขั้วสลับกัน ร่วมกับบางช่วงที่มีอาการมากนั้นผู้ป่วยบางรายอาจมีอาการโรคจิตร่วมด้วย แต่มีความแตกต่างจากโรคจิตเภทคือ ในขณะที่มีอาการโรคจิตจะสังเกตได้ว่าผู้ป่วยมีอาการด้านอารมณ์ร่วมด้วยที่ค่อนข้างเด่นชัด หรือรุนแรงมากกว่าอาการโรคจิต

CREDIT

กรณ์วรัตน์ นิลชาติ

Graphic Design & Web Content

ธนากร สะอาดดี

Software Engineer