การแพทย์เสริมและการแพทย์ทางเลือก
(Complementary and Alternative Medicine)

แพทย์หญิงรัตนาภรณ์ ชูทอง
ภาควิชาเวชศาสตร์ครอบครัวและเวชศาสตร์ป้องกัน คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

สถานการณ์และและการแบ่งประเภทของการแพทย์เสริมและการแพทย์ทางเลือก

สถานการณ์ปัจจุบันแม้ผู้ป่วยจะเข้ารับการรักษาด้วยการแพทย์แผนปัจจุบันเป็นจำนวนมาก แต่ผู้ป่วยบางส่วนก็หันมาใช้การแพทย์ทางเลือกในการดูแลสุขภาพ รักษาโรค ซึ่งมีแนวโน้มการใช้การแพทย์ทางเลือกสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2545 ประเทศไทยได้จัดตั้งหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ คือ กองการแพทย์ทางเลือก ภายใต้กรมพัฒนาการการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ภายหลังได้ยกฐานะเป็น สำนักการแพทย์ทางเลือก(7)

ในประเทศสหรัฐอเมริกา มีการใช้แพทย์ทางเลือกเพิ่มมากขึ้นจากร้อยละ 36 ในปี ค.ศ. 2002 เป็นร้อยละ 38 ในปี ค.ศ. 2007 นอกจากนี้ผลการสำรวจจาก National Center for Complementary and Integrative Health ปี ค.ศ. 2012(8) พบว่ามีการใช้แพทย์ทางเลือก 3 ลำดับแรกคือ Natural product, Deep breating และ Yoga, Taichi หรือ Qi gong ร้อยละ 17.7, 10.9, 10.1 ตามลำดับ ส่วนใหญ่ใช้เพื่อรักษาอาการปวดหลัง, ปวดคอและปวดข้อ ร้อยละ 14.9, 7.1, 6.7 ตามลำดับ

เหตุผลที่ใช้กันแพร่หลาย

การแพทย์เสริมและการแพทย์ทางเลือกเป็นที่นิยมอาจเนื่องมาจาก ระบบการแพทย์แผนปัจจุบันส่วนใหญ่มีลักษณะเป็นการแพทย์แบบแยกส่วน และลดส่วน (Ato-mistic and reductive medicine)(9) โดยจะเน้นการแก้ปัญหาที่ตัวผู้ป่วยแบบแยกส่วนเฉพาะโรค ซึ่งต่างจากการแพทย์ทางเลือกเป็นการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม (Holistic care) ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ จิตวิญญาณและสังคม ช่วยให้ผู้ป่วยรู้สึกผ่อนคลาย ลดความเครียด มีความหวังมากขึ้น สอดคล้องกับค่านิยม ความเชื่อของผู้ป่วยและครอบครัวหรือผู้ดูแล นอกจากนี้การใช้แพทย์ทางเลือกยังช่วยลดผลข้างเคียงจากการใช้ยาจากแพทย์แผนปัจจุบันลง และบางส่วนมองว่าราคาแพทย์ทางเลือกยังต่ำกว่าการใช้ยาจากแพทย์แผนปัจจุบัน และการแพทย์ทางเลือกบางประเภทผู้ป่วยสามารถฝึกปฏิบัติได้ด้วยตัวเอง เช่น โยคะ นั่งสมาธิหรือสวดมนต์ เป็นต้น และบางส่วนมองว่าแพทย์ทางเลือกช่วยได้ทั้งการสร้างเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค (Health promotion and disease prevention)(17) รวมถึงรักษาโรค และยังช่วยปรับวิถีชีวิต พฤติกรรมสุขภาพ การปรับเรื่องการรับประทานอาหารอีกด้วย

ประเภทหรือกลุ่มของการแพทย์เสริมและการแพทย์ทางเลือก

การจำแนกตามกลุ่มของการแพทย์ทางเลือก หน่วยงานของ National Center of Complementary and Alternative Medicine (NCCAM) ของสหรัฐอเมริกา ได้จำแนกออกเป็น 5 กลุ่ม เมื่อปี 2000(18) ดังรูปที่ 1



รูปที่ 1 ประเภทของการแพทย์เสริมและการแพทย์ทางเลือก

ที่มา : Rakel RE, Rakel DP. Textbook of Family Medicine, 8th ed. Philadelphia : Complementary and Altermative Medicine Integration into Primary Care.

1. Alternative Medical Systems

การแพทย์ทางเลือกที่มีวิธีการตรวจรักษา การวินิจฉัยที่มีหลากหลายวิธีการ ทั้งด้านการให้ยา การใช้เครื่องมือมาช่วยในการบำบัดรักษาและหัตถการต่าง ๆ เช่น Naturopathy (ธรรมชาติบำบัด) การแพทย์แผนโบราณของจีน (Traditional Chinese medicine) การแพทย์แบบอายุรเวชของอินเดีย (Ayurveda) และ การแพทย์โฮมีโอพาธีย์ (Homeopathic remedies) เป็นต้น

การแพทย์แผนจีน (Traditional Chinese medicine, TCM)

กำเนิดในประเทศจีนเมื่อประมาณ 2,000 กว่าปีก่อน มีความเชื่อว่าโรคหรือความผิดปกติในร่างกายเกิดจากการเสียสมดุลของพลังงานทั้งพลังงาน Qi, พลังงาน หยิน (Yin เป็นพลังแห่งสตรีเพศ ความเยือกเย็น การหยุดนิ่ง การยับยั้ง) และ หยาง (Yang การเคลื่อนไหว ความกระตือรือร้น ความร้อนแรง บุรุษเพศ) รวมถึงธาตุทั้ง 5 (ธาตุดิน ทอง ไม้ ไฟและน้ำ) โดยหลักการสำคัญของหยิน-หยาง คือ การสร้างสมดุล และการสร้างความสามัคคี (Harmony) ของพลัง การรักษาที่นิยมเพื่อทำให้ธาตุมีความสมดุล เช่น การฝังเข็ม (Acupunture), กัวซา (Gua Sha), ครอบแก้ว (Cupping), การนวดแผนจีน (Chinese massage or Tui-na) สมุนไพรจีน (Chinese herbal) เป็นต้น สำหรับการฝังเข็มนั้นเป็นศาสตร์ที่ได้รับความนิยมมากในปัจจุบัน โดยองค์การอนามัยโลกได้ให้การรับรองโรคหรืออาการที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่าการฝังเข็มเพื่อการรักษาที่มีประสิทธิภาพ อาทิเช่น Allergic rhinitis, Primary Dysmenorrhea, Headache, Knee pain, Low back pain, Neck pain, Pain in dentistry, Nausea and vomiting, Postoperative pain หรือ Rheumatoid arthritis เป็นต้น(10),(11) โดยการฝังเข็มจะไปกระตุ้นการหลั่งสารต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น Endogenous opioids, Endorphins ซึ่งช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย นอกจากนี้ยังมีงานวิจัยมากมายในปัจจุบันที่การฝังเข็มนั้นมีประโยชน์ในแง่มุมต่าง ๆ เช่น งานวิจัยเรื่อง Efficacy and safety of acupuncture treatment on primary insomnia: a randomized controlled trial ของ Yin X. และคณะในปี 2017(12) ทำการเปรียบเทียบระหว่างการฝังเข็มและกลุ่มควบคุม (การฝังเข็มหลอก (Sham acupuncture)) ในผู้ป่วยที่ได้รับการวินิจฉัยว่า primary insomnia อายุระหว่าง 18-65 ปี พบว่ากลุ่มที่ใช้การฝังเข็มช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการนอนหลับ sleep quality และคะแนน Insomnia Severity Index (ISI) เพิ่มขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่ 2 ของการทดลอง

การแพทย์แบบอายุรเวชของอินเดีย (Ayurveda)

กำเนิดในประเทศอินเดียเมื่อ 5,000 กว่าปีก่อน คำว่าอายุรเวชหมายถึงศาสตร์แห่งชีวิต (Science of life), วิชาแพทย์, วิชาที่เกี่ยวกับสุขภาพและการรักษา มีวัตถุประสงค์ไม่ใช่เพียงเพื่อการรักษาโรคเท่านั้น แต่เพื่อให้มีภาวะจิตใจที่สมดุล การมีสุขภาพที่ดี และความสุขสบายตามธรรมชาติ จึงเป็นการรักษาที่มุ่งเน้นปรับสมดุลทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และจิตวิญญาณ ใช้เพื่อทั้งการป้องกันโรค ส่งเสริมสุขภาพและบำบัดรักษาโรค ตามความเชื่อในศาสตร์นี้นั้น เชื่อว่าการเกิดโรคต่าง ๆ เกิดจากความไม่สมดุลของพลังไตรโทษะ (Tri Dosha) ได้แก่ วาตะ (Vata) ปิตตะ (Pitta) และ กผะ (Kapha) ซึ่งเป็นองค์ประกอบในอวัยวะของมนุษย์ การบำบัดของอายุรเวช ประกอบด้วยการรักษาด้วยสมุนไพร (Herbal) การนวด (Massage) อโรมาเธอราพี (Aromatherapy) หรือโยคะ (Yoga) เป็นต้น

การแพทย์โฮมีโอพาธีย์ (Homeopathic remedies)

มีรากศัพท์จากภาษากรีก 2 คำ คือ คำว่า “Homoios” แปลว่า “similar” คือเหมือน และคำว่า “patho” แปลว่า “suffering/disease” คือ ทุกข์ทรมานหรือเป็นโรค ถูกค้นพบโดยนายแพทย์ชาวเยอรมันชื่อ Samuel Hahnemann เป็นที่ยอมรับและใช้กันอย่างแพร่หลายในประเทศแถบยุโรป “like cures like”เป็นการรักษาที่ใช้สารที่ก่อให้เกิดพิษหรือทำให้เกิดอาการของโรคนั้น ๆ หากให้คนปกติกิน ตรงกันข้ามหากนำมาให้คนป่วยที่มีอาการดังกล่าวกิน จะสามารถบำบัดรักษาโรคได้ ซึ่งมีการใช้ทั้งพืช สัตว์ แร่ธาตุ สารอินทรีย์ สารอนินทรีย์ โดยก่อนนำมาใช้ต้องทำให้เจือจาง (Dilutions) ตามหลักเภสัชวิทยาทางการแพทย์โฮมีโอพาธีย์ก่อน

Naturopathy (ธรรมชาติบำบัด)

เป็นการบำบัดโรคตามธรรมชาติ มีความเชื่อว่าร่างกายสามารถรักษาตัวเองได้ด้วยพลังบำบัดจากธรรมชาติ การรักษาเกิดขึ้นได้จากอาหารธรรมชาติ อาหารที่ไม่ผ่านการขัดสี การออกกำลังกายที่เพียงพอ การหลีกเลี่ยงสิ่งแวดล้อมที่มีพิษ มีความคิดเชิงบวกและอารมณ์ เป็นต้น

2. Mind-body interventions

เป็นการบำบัดรักษาคนไข้แบบใช้ความสัมพันธ์ของร่างกายและจิตใจที่สัมพันธ์กันเพื่อทำให้สุขภาพดี ที่ไม่ใช่พิจารณาแต่ตัวโรคทางกายเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีการพิจารณาในเรื่องสภาวะทางจิตใจ อารมณ์ จิตวิญญาณ และพฤติกรรมเสี่ยงต่าง ๆ และมีการส่งเสริมให้มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเหล่านั้นให้ดีขึ้น แล้วโรคทางกายของคนไข้จะดีตามไป เช่น การใช้สมาธิบำบัด (Meditation) การสวดมนต์ (Prayer therapy) โยคะ (Yoga) การผ่อนคลาย (Relaxation techniques) ดนตรีบำบัด (Music therapy) Biofeedback เป็นต้น ในปัจจุบันมีการศึกษาที่ช่วยยืนยันการนำ Mind-Body Interventions มาใช้ร่วมกับการแพทย์แผนปัจจุบันในการรักษาโรคต่าง ๆ เช่น อาการปวดหลัง (Low back pain), นอนไม่หลับ (Insomnia), อาการปวดศีรษะ (Headache) เป็นต้น(11)

ตัวอย่างงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับ mind body medicine เช่น การศึกษา Effectiveness of Hatha Yoga Versus Conventional Therapeutic Exercises for Chronic Nonspecific Low-Back Pain ของ Neyaz O. ปี 2019 พบว่าโยคะช่วยลดอาการปวดหลัง ทั้ง back pain intensity และ back-related dysfunction ได้ที่ 6 และ 12 สัปดาห์ของการทดลอง(13)

3. Biologically based therapies

วิธีการบำบัดรักษาโดยการใช้สารชีวภาพธรรมชาติในการบำบัด เช่น การใช้สมุนไพร, วิตามิน, คีเลชั่นบำบัด (Chelation therapy), Prebiotics, Probiotics, อาหารสุขภาพหรืออาหารเสริม เป็นต้น ซึ่งปัจจุบันมีการใช้กันแพร่หลาย โดยเฉพาะสมุนไพรและอาหารเสริม

พระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. ๒๕๖๒ ตามมาตรา ๔ ให้ความหมายเกี่ยวกับสมุนไพร(14) ดังนี้

“สมุนไพร” หมายความว่า ผลิตผลธรรมชาติที่ได้จากพืช สัตว์ จุลชีพ หรือแร่ ที่ใช้ ผสม ปรุง หรือแปรสภาพ เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร

“ผลิตภัณฑ์สมุนไพร” หมายความว่า

(๑) ยาจากสมุนไพรและให้หมายความรวมถึงยาแผนไทย ยาพัฒนาจากสมุนไพร ยาแผนโบราณที่ใช้กับมนุษย์ตามกฎหมายว่าด้วยยาหรือยาตามองค์ความรู้ การแพทย์ทางเลือกตามที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนด เพื่อการบำบัดรักษาและบรรเทาความเจ็บป่วยของมนุษย์หรือการป้องกันโรค

(๒) ผลิตภัณฑ์จากสมุนไพรหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบสำคัญที่เป็นหรือแปรสภาพจากสมุนไพร ซึ่งพร้อมที่จะนำไปใช้แก่มนุษย์เพื่อให้เกิดผลต่อสุขภาพหรือการทำงานของร่างกายให้ดีขึ้น เสริมสร้างโครงสร้างหรือการทำงานของร่างกายหรือลดปัจจัยเสี่ยงของการเกิดโรค

(๓) วัตถุที่มุ่งหมายสำหรับใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตผลิตภัณฑ์สมุนไพร

(๔) วัตถุอื่นตามที่รัฐมนตรีโดยคำแนะนำของคณะกรรมการประกาศกำหนด ให้เป็นผลิตภัณฑ์สมุนไพร

“ยาแผนไทย” หมายความว่า ยาที่ได้จากสมุนไพรโดยตรงหรือที่ได้จากการผสม ปรุง หรือแปรสภาพสมุนไพร ที่มุ่งหมายสำหรับใช้ตามศาสตร์องค์ความรู้การแพทย์แผนไทย หรือยาที่รัฐมนตรีประกาศกำหนดให้เป็นยาแผนไทย

“ยาพัฒนาจากสมุนไพร” หมายความว่า ยาที่ได้จากสมุนไพรโดยตรง หรือที่ได้จากการผสม ปรุง หรือแปรสภาพสมุนไพร ที่ไม่ใช่ยาแผนไทยและยาตามองค์ความรู้การแพทย์ทางเลือก

“ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร”(15) หมายถึง ผลิตภัณฑ์ที่มีสารอาหารหรือสารอื่นเป็นองค์ประกอบ ได้แก่ วิตามิน กรดอะมิโน กรดไขมัน แร่ธาตุ และผลิตผลจากพืชหรือสัตว์ ซึ่งรวมถึงสารเข้มข้นสาร เมตาโบไลท์ ส่วนประกอบหรือสารสกัด สารสังเคราะห์เลียนแบบ รวมทั้งการนำสารอาหารหรือสารอื่นดังกล่าวมาผสมกัน อยู่ในรูปแบบเม็ด แคปซูล ผง เกล็ด ของเหลว หรือลักษณะอื่นซึ่งผู้บริโภคที่มีสุขภาพปกติ (มิใช่ผู้ป่วย) ใช้รับประทานโดยตรง นอกเหนือจากการรับประทานอาหารหลักตามปกติ โดยคาดหวังทางด้านส่งเสริมสุขภาพ

แหล่งสืบค้นข้อมูลของยาสมุนไพร

1. บัญชียาจากสมุนไพร บัญชียาหลักแห่งชาติ ปรับปรงุล่าสุดถึงประกาศคณะกรรมการพัฒนาระบบยาแห่งชาติเรื่องบัญชียาหลักแห่งชาติ (ฉบับที่2) พ.ศ. 2555

2. หน่วยข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

3. ระบบสืบค้นฐานข้อมูลงานวิจัยกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์

4. สวนสมุนไพรสิรีรุกขชาติ ภาควิชาเภสัชพฤกษศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

5. กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข

4. Manipulative and body-based methods

วิธีการบำบัดรักษาโดยการใช้หัตถการต่าง ๆ จัดโครงสร้างของร่างกาย เช่น การนวด (Massage), การจัดกระดูก (Osteopathy) หรือการจัดกระดูกสันหลัง (Chiropractic) เป็นต้น ช่วยรักษาโรคเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ (Musculoskeletal disease) หรืออาการปวดหลัง (Back pain)

  Video   การจัดกระดูกสันหลัง (Chiropractic)

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=EhzLv5tlxGY

5. Energy Therapies

วิธีการบำบัดรักษาที่ใช้พลังงานในการบำบัดรักษาที่สามารถวัดได้และไม่สามารถวัดได้ในการบำบัดรักษา เช่น ชี่กง (Qigong) เรกิ (Reiki) สัมผัสช่วยรักษา (Therapeutic touch) หรือการบำบัดโดยใช้พลังแม่เหล็กไฟฟ้าชีวภาพ เป็นต้น

  Video   การออกกำลังกายแบบชี่กง (Qigong)

ที่มา : https://www.youtube.com/watch?v=Y88zYo0YlOo

CREDIT

สาทิพย์ ทองนวล

Web Content

ธนากร สะอาดดี

Software Engineer